
connectbizs
|
ธุรกิจ
|
22/09/2026

เคยไหม มีคนที่ไม่ได้คุยกันมานานมาก อยู่ ๆ ก็ทักมาถามสารทุกข์สุกดิบ ชวนคุยเรื่องงาน เรื่องธุรกิจอยู่ไม่กี่ประโยค แล้วสุดท้ายก็มาจบที่คำว่า มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย หรือบางทีเราเองก็อาจเคยเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ช่วงที่ธุรกิจไปได้ดี งานลงตัว ลูกค้ามีต่อเนื่อง เราอาจไม่ได้คิดถึงเรื่อง Connection มากนัก แต่พอถึงวันที่อยากหาลูกค้าใหม่ กำลังมองหา Partner ต้องการ Supplier รายใหม่ อยากได้คำแนะนำจากคนในวงการ หรือกำลังจะเข้าไปในตลาดที่ตัวเองไม่คุ้นเคย
เราถึงค่อยเริ่มเปิด Contact แล้วคิดว่า มีใครบ้างที่น่าจะช่วยเรื่องนี้ได้ การขอความช่วยเหลือกันไม่ใช่เรื่องผิดเลย โดยเฉพาะในโลกธุรกิจ ไม่มีใครสามารถเก่งทุกเรื่องหรือทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว หลายโอกาสเกิดขึ้นเพราะมีคนแนะนำให้รู้จักกัน มีคนแชร์ข้อมูล หรือมีคนเปิดประตูให้เราได้เข้าไปเจอโอกาสที่ก่อนหน้านี้เข้าไม่ถึง แต่สิ่งที่ต่างกันมากคือ เรามีความสัมพันธ์กับคนเหล่านั้นอยู่ก่อนแล้ว หรือเพิ่งนึกถึงเขาในวันที่เราต้องการบางอย่าง เพราะถ้าทุกครั้งที่เราปรากฏตัว คือวันที่เรามีเรื่องอยากขอ ความสัมพันธ์ที่ควรเป็น Relationship อาจค่อย ๆ กลายเป็นแค่การติดต่อกันเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์และนี่คือเหตุผลที่ Networking ที่ดี ไม่ควรเริ่มต้นในวันที่เราต้องการความช่วยเหลือ
บทความนี้ ConnectBizs ชวนมาดูกันว่า ทำไมผู้บริหารและผู้ประกอบการควรสร้าง Connection ตั้งแต่วันที่ยังไม่ได้ต้องการอะไรจากใคร และเราจะดูแลความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างไร ให้วันหนึ่งสามารถต่อยอดเป็นความร่วมมือ โอกาส หรือการช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อพูดถึง Networking คนทำธุรกิจจำนวนไม่น้อยอาจนึกถึงงานสัมมนา งาน Business Matching งานเลี้ยง หรืองานที่มีผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจมารวมตัวกันไปถึงงาน แลกนามบัตร แนะนำตัว บอกว่าบริษัททำอะไร แล้วหวังว่าจะได้ลูกค้า Partner หรือ Connection ใหม่กลับมาทั้งหมดนี้ไม่ผิดแต่ถ้ามอง Networking แค่ในมุมของการหาลูกค้า เราอาจกำลังมองประโยชน์ของมันแคบเกินไป
เพราะ Network ของผู้ประกอบการสามารถช่วยได้แทบทุกช่วงของการทำธุรกิจวันหนึ่งเราอาจอยากเข้าอุตสาหกรรมใหม่ และต้องการคนที่เข้าใจตลาดนั้นจริง ๆอีกวันอาจกำลังหาคนเก่งเข้ามาทำงาน แต่ประกาศรับสมัครแล้วไม่เจอคนที่เหมาะบางช่วงอาจกำลังมองหา Supplier หรือ Partner ที่ไว้ใจได้หรือบางครั้ง เราอาจไม่ได้ต้องการอะไรเป็นรูปธรรมเลย แค่ต้องการคนที่เคยเจอสถานการณ์เดียวกันมาช่วยแชร์ประสบการณ์ว่า ถ้าเป็นเขา เขาจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรNetwork จึงไม่ใช่แค่ช่องทางการขายแต่เป็นเหมือนเครือข่ายของความรู้ ประสบการณ์ โอกาส และคนที่เราสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ด้วยกันได้
เวลาไปงานสัมมนาหรืองาน Networking เราอาจกลับมาพร้อมนามบัตรหลายใบ Add LINE กันหลายคน หรือ Connection บน LinkedIn เพิ่มขึ้นอีกเป็นสิบตอนอยู่ในงานทุกอย่างดูดีมากคุยกันถูกคอ แลก Contact กันเรียบร้อย และก่อนแยกกันอาจบอกด้วยว่า ไว้มีโอกาสค่อยคุยกันแต่ผ่านไป 6 เดือน ไม่มีใครทักหาใครผ่านไป 1 ปี เราอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเจอกันที่ไหนถ้าเป็นแบบนั้น คนเหล่านั้นอาจยังเป็นแค่คนที่เราเคยเจอ ไม่ใช่ Relationship จริง ๆ
เพราะการมีเบอร์โทร มี LINE หรือ Connect กันบน LinkedIn ทำให้เราติดต่อกันได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามีความสัมพันธ์กันแล้วสิ่งสำคัญกว่าจำนวน Contact จึงอาจเป็นระดับของความสัมพันธ์ที่เรามีกับคนเหล่านั้นเขารู้ไหมว่าเราทำอะไรอยู่เราเข้าใจไหมว่าเขากำลังทำธุรกิจอะไรเคยช่วยเหลือหรือแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่างกันหรือยัง และถ้าวันหนึ่งเราทักไป เขายังจำเราได้ไหม สำหรับคนทำธุรกิจ คำถามจึงอาจไม่ใช่แค่ว่า เรารู้จักใครบ้าง แต่คือ มีใครบ้างที่รู้จักเรา เชื่อใจเรา และยังสามารถกลับมาคุยกันได้ในวันที่มีโอกาสบางอย่างเกิดขึ้น

ลองคิดง่าย ๆ ว่า มีคนหนึ่งไม่ได้คุยกับเรามา 2 ปี แล้ววันหนึ่งทักมาขอให้ช่วยแนะนำลูกค้ารายใหญ่ให้เราอาจช่วยได้แต่ความรู้สึกย่อมแตกต่างจากคนที่เรายังคุยกันอยู่เรื่อย ๆ เคยแชร์ข้อมูลให้กัน เคยช่วยแนะนำคนให้รู้จัก หรืออย่างน้อยยังรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่เหตุผลไม่ได้ซับซ้อนเลยเพราะก่อนที่เราจะแนะนำใครให้กับลูกค้า Partner หรือคนรู้จักของเรา สิ่งที่เราเอาไปเสี่ยงด้วยส่วนหนึ่งก็คือชื่อเสียงของเราเอง
ถ้าเราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำงานเป็นอย่างไร ไม่ได้คุยกันมานาน หรือไม่แน่ใจว่าปัจจุบันธุรกิจของเขาเป็นอย่างไร การจะรับรองหรือแนะนำให้ใครจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญNetwork ที่มีคุณค่าไม่ได้เกิดจากการรู้จัก แต่เกิดจากความไว้ใจและความไว้ใจต้องใช้เวลาเราไม่สามารถไปงานหนึ่งครั้ง แลกนามบัตรกัน 10 นาที แล้วคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะพร้อมเปิดทุก Connection ที่เขามีให้เราทันทีRelationship ต้องค่อย ๆ สร้างเหมือนกับความสัมพันธ์รูปแบบอื่น ๆ ในชีวิต
ธุรกิจมีความไม่แน่นอนอยู่เสมอวันนี้เราอาจยังมีลูกค้าเต็มมือ แต่ปีหน้าอาจต้องหาตลาดใหม่วันนี้ Supplier ที่ใช้อยู่ไม่มีปัญหา แต่อีกวันหนึ่งอาจต้องหาเจ้าใหม่อย่างเร่งด่วนวันนี้ยังไม่มีแผนระดมทุน แต่ในอีก 2 ปีธุรกิจอาจโตจนต้องเริ่มคุยกับ Investorวันนี้ยังไม่คิดจะขยายไปต่างประเทศ แต่อาจมีโอกาสใหม่เข้ามาเร็วกว่าที่คิดปัญหาคือ ถ้าเรารอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยเริ่มสร้าง Connection ทุกอย่างจะต้องเริ่มจากศูนย์และความสัมพันธ์บางอย่างเร่งไม่ได้นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้บริหารและผู้ประกอบการควรสร้าง Network ในช่วงที่ตัวเองยังไม่ได้ต้องการอะไรเร่งด่วนเพราะเราจะคุยกับคนอื่นได้โดยไม่ต้องมีแรงกดดันว่าจะต้องปิดดีลให้ได้เราได้รู้จักกันจริง ๆ มากขึ้นและอีกฝ่ายก็ได้รู้จักเราก่อนที่จะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อถึงวันที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง การเริ่มต้นบทสนทนาจึงง่ายกว่ามาก
ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นทักทุกสัปดาห์และการรักษา Connection ก็ไม่ควรกลายเป็นอีกหนึ่ง To-do List ที่ทำเพียงเพราะรู้สึกว่าต้องทำ Relationship ที่ดีควรเป็นธรรมชาติ บางคนอาจคุยกันเดือนละครั้ง บางคน 3 เดือนครั้ง บางคนอาจไม่ได้คุยกันครึ่งปี แต่พอกลับมาคุยก็ยังต่อบทสนทนากันได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่ความถี่เพียงอย่างเดียว แต่คือคุณภาพของการติดต่อกัน เช่น ถ้าเราเห็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเขา ก็ส่งไปให้ได้ถ้าเห็นว่าเขาเปิดสาขาใหม่ เปิดตัวสินค้า ได้รับรางวัล หรือมีความสำเร็จบางอย่าง ก็เข้าไปแสดงความยินดีถ้าไปเจอคนที่คิดว่าน่าจะช่วยธุรกิจของเขาได้ ก็ลองแนะนำให้รู้จักกันหรือถ้าไม่ได้เจอกันมานาน อาจชวนกินข้าว ดื่มกาแฟ แล้วคุยกันว่าช่วงนี้แต่ละคนกำลังทำอะไร ไม่ต้องมี Agenda ทุกครั้ง และไม่ต้องมีเรื่องขอทุกครั้งที่ทักเพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ Connection ที่สร้างไว้ไม่ค่อย ๆ หายไปตามเวลา
อีกเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายในโลกธุรกิจ คือเรามักให้ความสำคัญกับ Connection ตามตำแหน่งหรือสิ่งที่อีกฝ่ายสามารถให้เราได้ในวันนี้ CEO คนนี้น่ารู้จัก เจ้าของบริษัทคนนี้น่าจะเป็นลูกค้า คนนี้มี Network ใหญ่ คนนี้น่าจะพาเราเข้าไปเจอคนสำคัญได้ แต่ความจริงคือ เราแทบไม่มีทางรู้เลยว่าเส้นทางของแต่ละคนจะไปถึงไหนในอีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี คนที่วันนี้ยังเป็นพนักงาน อนาคตอาจออกมาเปิดบริษัทเอง คนที่วันนี้อยู่คนละอุตสาหกรรม วันหนึ่งอาจย้ายมาทำตลาดเดียวกับเรา Startup เล็ก ๆ ที่วันนี้ยังไม่มีชื่อเสียง อาจกลายเป็น Partner สำคัญของธุรกิจในอนาคต ดังนั้น ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์โดยเลือกเฉพาะคนที่ดูมีประโยชน์ในวันนี้ เราอาจพลาด Relationship ดี ๆ ไปจำนวนมาก และที่สำคัญ คนส่วนใหญ่สัมผัสได้ว่าใครเข้าหาเพราะสนใจเขาจริง ๆ และใครเข้าหาเพราะสนใจตำแหน่งหรือสิ่งที่เขามี
นี่อาจเป็นวิธีคิดที่ทำให้ Networking เปลี่ยนไปเลย เวลาเจอผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ หรือคนที่น่าสนใจ หลายคนอาจเผลอคิดว่า
คนนี้น่าจะเป็นลูกค้า
คนนี้น่าจะแนะนำเราให้ใครได้
คนนี้มี Connection ที่เราอยากรู้จัก
หรือคนนี้น่าจะมีประโยชน์กับธุรกิจในอนาคต
แต่ลองเปลี่ยนคำถามใหม่ ตอนนี้เรามีอะไรที่เป็นประโยชน์กับเขาได้บ้าง สิ่งที่ให้ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินหรือดีลใหญ่ บางครั้งอาจเป็นข้อมูลหนึ่งชิ้นที่เขากำลังหา อาจเป็นประสบการณ์จากปัญหาที่เราเคยผ่านมาก่อน อาจเป็นการแนะนำคนสองคนที่เราคิดว่าน่าจะทำอะไรบางอย่างร่วมกันได้ หรือบางครั้งง่ายที่สุด แค่ช่วยแชร์งาน ช่วยแนะนำร้าน หรือส่งต่อโอกาสที่เราไม่ได้ใช้ แต่คิดว่าเหมาะกับเขา สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนกับเราทันที แต่ช่วยสร้างความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้มีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ขอ และอีกฝ่ายเป็นผู้ให้ตลอดเวลา

ลองนึกถึงเวลาที่เราเพิ่งรู้จักใครสักคน คุยกันไม่ถึง 10 นาที อีกฝ่ายเริ่มหยิบ Presentation ออกมา เล่าสินค้าเต็มรูปแบบ แล้วถามทันทีว่าสนใจไหม ต่อให้สินค้าดี เราก็อาจรู้สึกว่าบทสนทนานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาอยากรู้จักเรา แต่เกิดขึ้นเพราะเขาอยากขาย ในงาน Networking ก็เช่นกัน แน่นอนว่าเราควรบอกได้ว่าตัวเองเป็นใคร ทำธุรกิจอะไร และช่วยลูกค้าเรื่องอะไรแต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกบทสนทนาให้เป็น Sales Pitch บางครั้งการถามอีกฝ่ายว่าเขากำลังทำอะไร ธุรกิจเจอความท้าทายอะไร หรือช่วงนี้สนใจเรื่องไหน อาจทำให้เราได้รู้จักเขามากกว่าการใช้เวลา 10 นาทีพูดถึงบริษัทตัวเองทั้งหมด และอาจทำให้เราเจอโอกาสที่ตอนแรกไม่เคยคิดถึงด้วย
โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีเวลาจำกัด เราเข้าใจได้ว่าเมื่อไปงาน Networking แล้ว ย่อมอยากเห็นผลลัพธ์บางอย่างกลับมา ไปเจอคน 10 คน ก็อยากได้ Lead ไป Business Matching ก็อยากได้ลูกค้า นัดคุยกันแล้วก็อยากให้เกิด Collaboration แต่ Relationship ไม่ได้ทำงานเร็วขนาดนั้นเสมอไป บางคนที่เราเจอวันนี้อาจไม่เคยซื้อสินค้าหรือบริการจากเราเลย แต่ในอีก 1 ปี เขาอาจแนะนำลูกค้ารายใหญ่ให้ บางคนอาจไม่ได้เป็น Partner แต่แชร์ข้อมูลหนึ่งอย่างที่ทำให้เราเปลี่ยนแผนธุรกิจและประหยัดเงินไปจำนวนมาก บางคนอาจไม่ได้มีอะไรให้เราวันนี้ แต่ในอนาคตเราอาจเป็นฝ่ายที่ได้ช่วยเขา และบางคนอาจไม่ได้ทำธุรกิจกับเราโดยตรงเลย แต่กลายเป็นเพื่อนในวงการที่สามารถโทรมาคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือแชร์มุมมองกันได้เป็นเวลาหลายปี Relationship จึงไม่จำเป็นต้องมี ROI ที่วัดได้ทันที บางความสัมพันธ์ต้องใช้เวลา ก่อนที่จะเห็นว่ามันมีคุณค่าอย่างไร
บางคนมี Connection หลายพันคนบน LinkedIn มีนามบัตรเต็มโต๊ะ และไปแทบทุกงานธุรกิจ แต่อีกคนอาจรู้จักคนไม่เยอะเท่า แต่มีคน 20–30 คนที่สามารถโทรหาเพื่อขอความคิดเห็นได้จริง ถ้าเป็นผู้ประกอบการ Network แบบหลังอาจมีประโยชน์มากกว่า เพราะคนเหล่านั้นอาจมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน
คนหนึ่งเก่งเรื่องการเงิน
คนหนึ่งเข้าใจ Marketing
คนหนึ่งมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี
คนหนึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่เราอยากเข้า
อีกคนเคยสร้างบริษัทผ่านช่วงที่เรากำลังเจออยู่
เราไม่จำเป็นต้องรู้จักทุกคน แต่การมี Relationship ที่ดีกับคนหลากหลายวงการ ช่วยให้เราไม่ต้องมองทุกปัญหาจากประสบการณ์ของตัวเองเพียงคนเดียว

ยิ่งอยู่ในตำแหน่งบริหารสูงขึ้น อีกเรื่องที่ควรระวังคือการได้ข้อมูลจากคนกลุ่มเดิมตลอดเวลา ในบริษัท เราอาจคุยกับทีมบริหารชุดเดิม ประชุมกับคนกลุ่มเดิม และได้รับข้อมูลผ่านโครงสร้างองค์กรเดิม การมี Network นอกบริษัทจึงช่วยเปิดมุมมองที่ต่างออกไป เราอาจได้คุยกับผู้บริหารจากคนละอุตสาหกรรม แล้วพบว่าปัญหาที่เขากำลังแก้อยู่คล้ายกับของเรา อาจได้เห็นวิธีบริหารทีมที่ต่างออกไป หรือได้รู้ว่าเทคโนโลยีบางอย่างที่เราเพิ่งเริ่มสนใจ อีกอุตสาหกรรมหนึ่งใช้มานานแล้ว บางครั้ง Connection จึงไม่ได้ให้โอกาสทางธุรกิจโดยตรง แต่ให้สิ่งที่มีค่าพอ ๆ กัน คือ มุมมองที่เราอาจไม่มีทางได้เห็น ถ้ายังคุยอยู่กับคนในวงเดิม
อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้ให้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องช่วยทุกคนทุกเรื่องิ Relationship ที่ดีควรมีความสมดุล ถ้าเราคอยช่วยอยู่ฝ่ายเดียวตลอด แต่ทุกครั้งที่เราต้องการอะไรอีกฝ่ายหายไป ความสัมพันธ์นั้นก็คงไม่แข็งแรงนัก ในทางกลับกัน ถ้าเรารับจากคนอื่นตลอดโดยไม่เคยคิดจะช่วยอะไรกลับเลย สุดท้ายอีกฝ่ายก็อาจค่อย ๆ ถอยออกไปเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องนับว่าใครช่วยใครกี่ครั้งและไม่จำเป็นต้องตอบแทนกันทันที แค่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่า เมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม เราพร้อมจะช่วยเหลือกัน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ถ้าตอนนี้มีใครบางคนที่คุณไม่ได้คุยด้วยมานาน ลองนึกถึงเขาดู อาจเป็นเพื่อนเก่าที่ออกไปทำธุรกิจ ลูกค้าเก่าที่เคยทำงานด้วยกันดี Partner ที่ไม่ได้ร่วมโปรเจกต์กันมานาน คนที่เคยเจอกันในงานสัมมนาแล้วคุยกันถูกคอ หรือผู้ประกอบการอีกคนที่คุณอยากแลกเปลี่ยนมุมมองด้วย ลองทักไปหาโดยที่ไม่ต้องมีโปรเจกต์ ไม่ต้องมี Proposal ไม่ต้องมีสินค้าไปขาย และไม่จำเป็นต้องมีเรื่องขอความช่วยเหลือ ถามสารทุกข์สุกดิบ อัปเดตกันว่าช่วงนี้กำลังทำอะไร หรือถ้ามีเวลาตรงกันก็ชวนไปกินกาแฟสักแก้ว
บทสนทนานั้นอาจไม่ได้สร้างยอดขายแม้แต่บาทเดียว แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะบางทีสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่ไม่ใช่ยอดขายในวันนี้ แต่เป็น Relationship ที่อาจอยู่กับเราไปอีกหลายปี และเราไม่มีทางรู้เลยว่า ในอนาคตใครจะเป็นคนแนะนำลูกค้าคนสำคัญให้เรา ใครจะกลายเป็น Partner ใครจะให้คำแนะนำในวันที่ธุรกิจมีปัญหา หรือวันหนึ่งเราเองอาจเป็นคนที่ได้ช่วยเขากลับ
เพราะสุดท้ายแล้ว Networking ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครรู้จักคนมากที่สุด แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีพอ จนเมื่อวันหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโอกาส มีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลือ เราสามารถกลับมาคุยกันได้โดยไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายปรากฏตัวขึ้นมาเฉพาะวันที่ต้องการอะไร อย่ารอให้ถึงวันที่ต้องการใคร แล้วค่อยเริ่มสร้าง Connection เพราะ Relationship ที่ดีที่สุด มักถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่เรายังไม่ได้ต้องการอะไรจากกัน